อาหารป่า
ช่วงเวลาของแสงอรุณที่กำลังโผลพ้นขึ้นมาให้ความสว่างไสวไปทั่วพื้นแผ่นดิน
“เช้าวันนี้กูขอนัดประชุมพวกมึงทุกคน มาพร้อมหน้าพร้อมตากันไหม” “พร้อมครับ
พร้อมค่ะ” วิญญาณภูตผีบริวาณทั้งหลายต่างพากับตอบท่านปู่ตา
หัวหน้าวิญญาณที่คอยปกป้องคุ้มครองดูแลรักษาทั้งสิ่งที่เป็นมนุษย์และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ทั้งหลายในอาณาเขตบริเวณนี้
“เราก็อยู่ที่นี่มาหายร้อยปีแล้ว
รู้สึกดีใจที่มีบริวารเพิ่มขึ้นและน้อยลง บางท่านก็มาเพิ่มส่วนบางท่านเก่า ๆ
ก็พากันสร้างบุญสร้างกุศลไปเกิดในภพภูมิที่ดีแตกต่างกันออกไปตามเส้นทางเดินของใครของมัน
วันนี้เรามาฉลองกันหน่อยนะ เอ้า ชนแก้ว” วิญญาณผีปู่ตาจัดปาร์ตี้ฉลองเล็ก ๆ น้อย
ๆ ให้บริวารโดยมีภูตผีวิญญาณจากหมู่บ้านในละเวกใกล้ๆมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
“รังอะไรอยู่บนศาลหรอจ๊ะท่านปู่รูปหล่อ”
จันทรวิญญาณผีรุ่นราวคราวเดียวกันกับปู่ตาซึ่งอาศัยอยู่ในศาลของหมู่บ้านถัดไปที่มาร่วมงานถามปู่ตาด้วยความสงสัย
“อ่อ นี้รังไข่มดแกงจ๊ะน้องสาว” วิญญาณผีปู่ตาตอบ “รังใหญ่มากเลยนะคะ
คงจะดูแลรักษาเป็นอย่างดี” “ใช่แล้ว พี่ดูแลรักษามาหลายสิบปีแล้วจ๊ะ
แต่ก็ไม่ได้หวงนะ ใครขอก็จะให้ แบ่งปันกันไป” “ใจดีจังเลยจ๊ะ
สมกับเป็นที่รักใคร่ของวิญญาณภูตผีทั้งหลายในบริเวณนี้”
วิญญาณผีคุณยายจันทรกล่าวชื่นชมวิญญาณผีปู่ตาแล้วกล่าวลาพร้อมเดินทางกลับที่อยู่อาศัยของตนเอง
ช่วงบ่ายอากาศร้อนจัด ไอแดดผาดเผาไปทั่ว
ซึ่งก็เป็นธรรมดาของอากาศ ณ สถานที่แห่งนี้ มีสองตายายผ่านมานั่งพักบริเวณนี้
ปู่ตาได้ยินสองตายายคุยกัน
และยายก็จุดธูปเหมือนมีเหตุด่วนเหตุร้ายให้ปู่ตาช่วยเหลือด้วยถ้อยคำที่ส่งเสียงแผ่ว
ๆ ว่า “วันนี้ลูกออกมาหาของป่าไปขาย ไม่พบอะไรเลย ท่านปู่เอ้ย ลูกขอนั่งพักตรงนี้หน่อยก็แล้วกัน
มาหาของป่าไปขายยังไม่ได้อะไรไปขายเลย ซวยซ้ำหวังมาหาอาหารลองท้องเอาดาบหน้ากับผัว
แต่กลับไม่มีอะไรให้กิน นี้ลูกก็ยังไม่ได้กินอะไรกันตั้งแต่เช้า โอ้ย ๆ
มีกันแค่สองตายาย ลูกเต้าก็ไม่มีกับเขา ถ้าท่านปู่ใจดีเวทนาสงสารพวกเราสองผัวเมีย
ก็ช่วยให้เจอของป่าดี ๆ สักอย่างได้พอมีอาหารลงท้องต่อชีวิตด้วยเทอญ
ลำพังแข่งขาก็ไม่ค่อยจะดีทั้งคู่ หาของป่าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
ไม่รู้จะไปต่อทางไหน ช่วยลูกให้ได้พบเจอสิ่งดี ๆ ด้วยนะปู่นะ สาธุ”
เมื่อปู่ตาได้ยินคำกล่าวของยายคนนั้นจบลงก็รู้สึกสงสารและเวทนา
จึงตัดสินใจดลบันดาลให้ทั้งคู่เห็นรังไข่มดแดงขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณบนกิ่งของต้นตูมกาขนาดใหญ่
อยู่เหนือขึ้นไปบนหลังคาของศาลปู่ตา ทั้งคู่เห็นไข่มดแดงรังใหญ่บนต้นตูมกา
ซี่งไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน รู้สึกดีใจมาก จึงคิดหาวิธีจะนำรังไข่มดแดงนี้ลงมา
“ยายใจเอ่ย
วันนี้เรารอดแล้วแหละ เจอรังไข่มดแดงขนาดใหญ่นี้คงจะได้เป็นอาหารมากินได้ทั้งวัน
และที่เหลือยังนำเอาไปขายต่อที่ตลาดต่อทุนชีวิตได้อีกด้วย”
ตาอุ่นพูดกับยายใจด้วยความดีใจ “โอ้ย ขอบคุณปู่ตานะท่านปู่เอ้ย ศักดิ์สิ่งจริง
ๆ ขออะไรก็ได้ปุบปับได้ดั่งใจจริง ๆ ” ยายใจยกมือกผวานาขอบคุณปู่ตา
“ยายใจเอ้ย เดี๋ยวมานะ ปวดเหยี่ยวมาก
ๆ อย่าพึ่งแหย่รังไข่มดแดงนะ แหย่ไม่เป็นมันจะพังก่อน ไปเหยี่ยวแถว ๆ นี้เดี๋ยวมา”
ตาอุ่นพูดกับยายใจแล้วเดินจากไป
ยายใจเห็นว่าตาอุ่นไปนานว่าจะไปตามไม่รู้ว่าตาอุ่นเป็นอะไรหรือป่าว
แต่กลับได้ยินเสียงกลุ่มวัยรุ่นมาแถวๆบริเวณนี้
ยายใจกลัวมาคงจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นออกหาของป่าเหมือนกัน
กลัวว่าจะมาแย่งรังไข่มดแดงของตน
ยายใจจึงตัดสินใจหาอุปกรณ์แล้วทำการแหย่ไข่มดแดงด้วยตัวเอง
รังไข่มดแดงอยู่สูงทำให้ยายใจทำไม่ถูกวิธีและพลาดพลั้งในการแหย่ไข่มดแดง
ไข่มดแดงส่วนหนึ่งยายใจนำมาได้
แต่อีกส่วนตกลงจากกิ่งของต้นตูมกาหล่นลงไปใส่ในบริเวณหลังของศาลปู่ตา
แล้วกลุ่มวัยรุ่นที่ทำการหาของป่าอยู่ก็มาพบยายใจ
ยายใจตกใจกลัวว่ากลุ่มวัยรุ่นนี้จะมาแย่งไข่มดแดงของตน จึงรีบเดินหนีไป
ในขณะนั้นตาอุ่นเดินมาพอดี ยายใจจึงถามว่า “หายไปไหนมา นานมาก ๆ เรารีบไปกันเถอะพวกวัยรุ่นนี้มาหาของป่ามันจะมาแย่งไข่มดแดงเรา
ฉันหาแหย่ไข่มดแดงได้จำนวนหนึ่งแล้ว รีบไปกันเถอะ” ตาอุ่นกับยายใจจึงรีบจากไป
ปู่ตานั่งอยู่ในบริเวณศาลด้วยอาการปวดแสบปวดคนไปทั่วทั้งร่างกาย
เหตุกาณ์เกิดจากที่ยายใจแหย่ไข่มดแดงตกลงมาใส่หลังคาศาล
แล้วมดเหล่านี้ก็พากันไต่เต็มศาลมากัดปู่ตาและบริวารวิญญาณผีตนอื่น ๆ
ได้รับความเดือดร้อนถูกมดแดงกันกัดไปทั่วเป็นแผลไปทั่วร่างกาย
ปู่ตาบ่นพึมพำ “นี้ละน้อคำโบราณสอนไว้ว่า
ทำคุณบูชาโทษโปรดสัตว์ได้บาป ตั้งใจจะให้รังไข่มดแดงกับตายายคู่นั้น
แต่กลับซวยซะเอง โอ้ย ๆ คัน ๆ”
.........................................
จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ใครในศาล
เรื่องสั้น เรื่อง อาหารป่า
เขียนโดย ก๋ามเอิญ คำ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น