วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560

เรื่องสั้น เรื่องที่ 4 เรื่อง นักศึกษากะดึก

นักศึกษากะดึก


         “ทำงานเสร็จแล้วรีบกลับนะทุกคน ผมเป็นห่วง” อาจารย์กล่าวกับนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่อยู่ช่วยงานด้วยความเป็นห่วง เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงเช้าวันใหม่ ตึกอาคารเรียนในช่วงกลางคืนคงจะไม่น่าอยู่เท่าช่วงกลางวันหรอก แต่ถ้ามันจำเป็นคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่


          เปิ้ลนักศึกษาสาวชอบอยู่ช่วยงานอาจารย์กับกลุ่มเพื่อนจนดึก ซึ่งไม่ยอมกลับหอพัก ถึงแม้ว่างานจะเสร็จแล้วและเพื่อน ๆ ก็แยกย้ายกันกลับหอพักไปพักผ่อน แต่เปิ้ลชอบอยู่ที่ตึกอาคารเรียนนานและดึกกว่าเพื่อน เพราะเธอเห็นว่าอินเตอร์เน็ตที่มหาวิทยาลัยช่วงเวลากลางคืนมีความเร็วแรงทะลุโลกไหนต่อไหนดี เธอเลยอยู่ทำงานและเล่นเกมส์ต่อเรื่อย ๆ ในทุก ๆ คืน


          เปิ้ล เมื่อคืนมึงกลับกี่โมง ฟางนักศึกษารุ่นราวคราวเดียวกันถามเปิ้ลด้วยความเป็นห่วง ตีสามตีสี่นิแหละ โห้ พวกกูกลับเที่ยงคืนกว่า ๆ มึงนี้อยู่คนเดียวดึก ๆ ทุกคืน ไม่กลัวผีหรอว่ะ ฟางถามเปิ้ลด้วยความหวาดกลัวนิด ๆ เอ๋า กลัวสิแล้วมึงจะพูดทำไม เปิ้ลตอบด้วยความรู้สึกกลัว ๆ เช่นเดียวกัน


          ระวังนะโว้ย คืนนี้เป็นคืนวันเพ็ญ ระวังผีจะมาหลอกนะมึง โอ้ย อีฟางจะไปไหนก็ไปเลยมึง”เปิ้ลไล่ฟาง นี้ก็จะตีหนึ่งแล้ว มึงไม่กลับพร้อมพวกกูหรอ ทำงานเสร็จแล้วหนิ ฟางถามเปิ้ลด้วยความสงสัย อีกนิดนึงว่ะ กูทำงานเดี่ยวยังไม่เสร็จเลยอยู่ที่หอพักกูอินเตอร์เน็ตมันช้า ห้องชมรมนี้สบายกว่าอยู่หอกูอีก แอร์ก็เย็นเน็ตก็เร็ว อีกสักพักกูค่อยจะกลับว่ะมึง เออ งั้นกูกับก่อนนะมึงฟางพูดเสร็จแล้วก็กลับหอกับเพื่อนคนอื่น ๆ เหลือเพียงเปิ้ลอยู่คนเดียวในห้องชมรมรักการอ่าน


          เวลาล่วงเลยมาไม่กี่ชั่วโมง เสียงหมา ก็หอนขึ้นเป็นระยะ ๆ เปิ้ลรู้สึกหวั่น ๆ ในใจลึก ๆ และรู้สึกปวดเหยี่ยวขึ้นมา โหย มาปวดอะไรตอนนี้ เปิ้ลพูดกับตัวเองในใจแล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางเดินเสียงหมาก็หอนตลอดทาง ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนเปิ้ลต้องรีบทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำให้เสร็จแล้วรีบกลับเข้ามาในห้องทำงาน ซึ่งเป็นห้องพักนักศึกษาชมรมรักการอ่าน เต็มไปด้วยห้องสมุดและมุมนั่งเล่นสบาย ๆ ให้นักศึกษามาค้นคว้าหาความรู้และท่องโลกอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทำงานได้ตลอดเวลา เพราะไม่มีนโยบายปิดตึกเปิดบริการนักศึกษาตลอด 24 ชั่งโมง 


          เสียงมาหอนดังขึ้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เปิ้ลไม่รู้จะทำยังไง เริ่มสั่น ๆ กลัว ๆ จึงยกมือทั้งสองข้างขึ้น ตั้งจิตอธิฐานในใจว่า สาธุ ปู่ตาเจ้าค่ะ อยู่ไหนค่ะ ได้โปรดมาคุ้มครองลูกช้างด้วยเทอญ สาธุ  เมื่อเปิ้ลอธิฐานเสร็จเสียงหมาหอนก็หยุดไป แล้วในทุก ๆ คืนราวเกือบสัปดาห์ในช่วงเวลาที่เปิ้ลอยู่ทำงานดึกที่ตึก เปิ้ลก็จะตั้งจิตอธิษฐานขอพรให้ปู่ตามาคุ้มครองทุกคืน


          อีเนตรมึงรู้ไหมว่าปู่ตาหายไปไหน” “เอ๋าไม่ได้อยู่ในห้องหรอ ไม่มี ช่วงนี้มึงลองสังเกตดูดีๆนะ ดึก ๆ ปู่ตาจะหายไปไหนไม่รู้ กูสังเกตมาหลายคืนแล้ว คืนนี้ก็เหมือนกัน กลับมาอีกทีก็ตอนเช้า ไม่เชื่อเองลองสังเกต ดูคืนวันพรุ่งนี้นะผีสาวชื่อจันทร์บริวารที่อาศัยอยู่กับปู่ตาถามผีสาวชื่อเนตรบริวารที่อาศัยอยู่ด้วยกันเกี่ยวกับการหายตัวไปของปู่ตาบ่อยครั้งในเวลากลางคืน


          วันต่อมาเมื่อพระอาทิตย์ดกดิน แสงสว่างจากธรรมชาติเริ่มจากหายไป ผีสาวทั้งสองก็เริ่มสังเกต พฤติกรรมของปู่ตาว่า คืนนี้ท่านจะหายไปไหนอีกไหม อีเนตรมึงลองไปดูบนเรือนสิ ปู่ตาอยู่ในห้องไหม ผีสาวจันทร์บอกผีสาวเนตร ปู่ตาเจ้าค่ะ ปู่ตาเจ้าค่ะ ผีสาวเนตรตะโกนเรียกปู่ตาแต่ก็ไร้เสียงที่จะตอบกลับ


          ไม่ตอบเลยมึง สงสัยไม่อยู่จริง ๆ ว่ะผีสาวเนตรรีบมาบอกผีสาวจันทร์ เห็นไหมกูบอกมึงแล้ว ปู่ตาหายไปไหนก็ไม่รู้ ช่วงนี้ชอบหายไปทุก ๆ วันโดยเฉพาะในตอนกลางคืน พวกเราลองช่วยกันหาปู่ตาดูสิ


          หาอะไรกันจ๊ะสาว ๆผีชายชราชื่อศักดิ์ เป็นผีบริวารคนสนิทของปู่ตาถามผีสาวทั้งสอง ก็หาปู่ตายังไงล่ะลุง ผีสาวทั้งสองถามผีชายชราศักดิ์ด้วยความเป็นห่วงปู่ตา


          โอ้ย จะไปหาทำไม ปู่ตาท่านกำลังสร้างอนิจสงส์ อยู่ที่ตึกอาคารเรียนนู้น มีนักศึกษาตั้งจิตอธิษฐานขอพรให้ปู่ตาไปคุ้มครองทุก ๆ คืนที่อาคารเรียนหลังใหญ่ ๆ กว่าเพื่อนในมหาวิทยาลัย ปู่ตาอยากสร้างอนิจสงส์จึงตามไปคุ้มครองทุก ๆ คืน” “จริง ๆ หรอจ๊ะ ปู่ตาท่านเป็นผีที่ดีจังเลย ขอบคุณจ๊ะลุง พวกหนูก็นึกว่าท่านหายไปไหน หมดห่วงแล้วล่ะจ๊ะ เดี๋ยวพวกหนูจะลองไปแอบดูจ๊ะ


          ผีสาวทั้งสองตามไปแอบดูปู่ตาที่กำลังเฝ้าคุ้มครองนักศึกษาสาวอยู่ โหยมึงอีเนตร ปู่ตาเรานี้ช่างเป็นผีที่แสนดีจังเลยเน๊าะ นักศึกษาขอพรอะไรก็ได้ ดูสิอีนางนี้มันคงจะกลัว อยู่ทำงานอะไรของมันดึก ๆ ทำไมไม่กลับที่พัก หน้าตาก็ขี้เหร่ไม่มีใครทำอะไรหรอก ดูสิปู่ตาต้องมาเฝ้าทุกคืนหน้าสงสารจัง สงสัยมันคงจะเป็นคนดี ปู่ตาท่านเลยมาคุ้มครองมั้ง เหมือนคำที่โบราณท่านเคยสอนไว้ว่า คนดีผีคุ้ม ผีสาวจันทร์กล่าวกับผีสาวเนตร


          เห้ย ๆ มึง ๆ ดูดี ๆ ปู่ตาคุยอยู่กับใครว่ะผีสาวทั้งสองคิดว่าสถานที่แห่งนี้จะมีเพียงปู่ตาที่คุ้มครองนักศึกษาสาวอยู่ ไม่นึกว่า จะมีวิญญาณตนไหนอีก จึงพากันสังเกตสถานการณ์อยู่ห่าง ๆ


          ตัวเองยังไม่ไปไหนอีกหรอจ๊ะ ไม่จ๊ะ เค้าก็อยู่เฝ้าอีนางหนูนี้ไง แล้วก็อยากอยู่เป็นเพื่อนตัวเองด้วย หรอจ๊ะ วิญญาณผีคุณยายที่เฝ้าประจำตึกอาคารเรียนเดินออกมาจากมุมมืด ๆ อีกมุม


          เค้านี้เป็นผีรูปหล่อน่าตาดี อยู่เพียงลำพัง เหงามาหลายร้อยหลายพันปี อยากจะมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง ตัวเองสนใจไหมจ๊ะ ถ้าสนใจไปอยู่ที่ศาลกับเค้าไหม ศาลเค้าสวยงามมากเลยนะ มีห้องพักหลายห้องให้ตัวเองจับจอง ไปอยู่กับเค้าเถอะ ตัวเองจะมาอยู่เป็นผีเฝ้าตึกอยู่ตรงนี้ทำไมอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ปู่ตากำลังจีบผีคุณยายที่สิงสถิตอยู่ประจำอาคารเรียน


          อ่อ กูรู้แล้วปู่ตาทำไมใจดีเหลือเกินมาเฝ้าคุ้มครองนักศึกษาสาวคนนี้ทุกคืนที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เองผีสาวเนตรกล่าวกับผีสาวจันทร์


 .........................................
จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ใครในศาล
เรื่องสั้น เรื่อง นักศึกษากะดึก
เขียนโดย ก๋ามเอิญ คำ 

เรื่องสั้น เรื่องที่ 3 เรื่องอาถรรพ์รถบิ๊กไบค์


อาถรรพ์รถบิ๊กไบค์



         “ถนนสายหลักของมหาวิทยาลัยเป็นเหมือนเส้นทางอาถรรพ์ เพราะเป็นเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง เพียงแค่ระยะทางไม่ถึงสองกิโลเมตร จากทางหน้ามหาวิทยาลัยเข้ามาจนถึงวงเวียนสี่แยกใหญ่กลางสถาบันที่ถูกปกคลุมไปด้วยป่าไม้นานา ๆ ชนิด

          “ช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกเหลือเกิน รู้ไหมว่า รถที่เกิดอุบัติติเหตุส่วนใหญ่จะเป็นรถมอเตอร์บิ๊กไบค์ทั้งนั้น ตั้งแต่พวกพี่เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จำได้เลยว่า ตอนนั้นพี่อยู่ปีหนึ่ง หลังจากทำกิจกรรมอะไรก็ไม่รู้ พี่จำไม่ได้เสร็จ ท่ามกลางบรรยายที่ฝนตกหนัก ถนนสายนี้ก็เกิดอุบัติเหตุ มีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ รถของรุ่นพี่ชั้นปีที่ 4 ชนเข้าอย่างแรงกับรถมอเตอร์ฮอนด้าเวฟรุ่นเก่าของชาวบ้านแถวนี้ รุ่นพี่ของเราเสียชีวิตคาที่ แต่ชาวบ้านคนนั้นอาการสาหัส รถมอเตอร์ไซค์แต่ละคันหมดสภาพดูไม่ได้เลยค่ะ แพรวรุ่นพี่สตาฟนักศึกษา กำลังเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยให้น้อง ๆ ปีหนึ่งฟัง

          ล่าสุดก่อนที่น้อง ๆ จะเข้ามา เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมานี้เอง ถนนสายนี้ก็เกิดอุบัติเหตุอีกนะ คนนี้อยู่ปีสามรุ่นเดียวกันกับพี่เอง พี่ก็ไม่ค่อยสนิทกับเขาเท่าไหร่ เรียนคนละเอก เขากลับจากเที่ยวกลางคืนที่ร้านเหล้าชื่อดังหลังมอเรานี้แหละ หอพักเขาอยู่หน้ามอเลยรีบรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์กลับหอสงสัยจะด้วยความมึนเมาด้วยละมั้ง รถเสียหลักท่าไหนไม่รู้ พุ่งชนต้นไม้ใหญ่ข้างทาง บางทีก็จะมีบางคนได้ยินเสียงท่อดังของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ผ่านแล้วแล้วเงียบหายไปแพรวพูดจบ น้องปีหนึ่งก็นั่งเงียบมีอาการสั่นกลัวไปตาม ๆ กัน

 ที่พี่เล่าเรื่องนี้ให้น้อง ๆ ฟังเพราะ อาจารย์ในสาขาคนหนึ่งของเราฝันว่า ปู่ตาท่านไม่พอใจที่มีนักศึกษาใหม่คนหนึ่งขับรถคันใหญ่ ๆ ท่อเสียงดัง ๆ มันรบกวนท่าน น้องคนไหนรู้ตัวก็อย่าทำนะคะ มันสื่อให้เห็นถึงคนที่สันดานที่ไม่ดีค่ะ พี่ขอพูดตรง ๆ ไม่ใช่แค่รบกวนปู่ตา แต่ยังรบกวนคนอื่น ๆ อีกด้วย ทั้งขับรถเร็วทั้งเสียงท่อดัง ชะลอความเร็วลงและเปลี่ยนท่อก็คงจะดีนะคะ ระวัง! อาถรรพ์ของรถบิ๊กไบค์นะคะ เพราะอุบัติเหตุไม่ได้เกิดขึ้นแค่สองคันที่คนขับเสียชีวิตคาที่ ยังมีอีก จะฟังอีกไหมค่ะแพรวพูดถึงสาเหตุที่ตนต้องเล่าเรื่องถนนอาอรรพ์ให้น้อง ๆ ฟัง ว่าอาจารย์คนหนึ่งท่านฝันถึงปู่ตา และฝากมาเตือนน้อง ๆ ด้วยความหวังดี
           
เอาละมันดึกแล้ว น้อง ๆ จำไว้นะว่า มหาวิทยาลัยของเรามีปู่ตาท่านคอยช่วยเหลือคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา ใครขับผ่านไปมาก็ทำความเคารพท่านด้วย คนดีผีย่อมคุ้มครอง คำโบราณท่านสอนจำไว้ ไม่มีอะไรแล้วแยกย้ายกันกลับได้ครับพีรภพประธานรุ่นพี่พูดตัดบทสอนรุ่นน้องเพราะกลัวว่า แพรวจะดราม่าใส่น้องจนเสียเวลาเปล่า  

          มึงใช่ไหมไอ้เจเจ” “เออกูเองทำไมว่ะ โจ้พูดกับเจเจ ถามว่าใช่เจเจหรือเปล่าที่ขับรถเสียงดังรบกวนคนอื่น เจเจตอบอย่างน่าไม่อาย เพราะในบรรดานักศึกษาปีหนึ่งมีเจเจคนเดียวที่ขับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์    

          “เข้าฝันอะไรว่ะไร้สาระ ผีปู่ตามันไม่มีจริงหรอก ไอ้พวกรุ่นพี่มันก็แค่สร้างเรื่องให้เรากลัว ศาลเก่า ๆ บ้านนอก ๆ โบราณ ๆ จะมีอะไรว่ะ กูไม่กลัวหรอก เจเจนักศึกษาปีหนึ่งพูดอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด ๆ

เห้ย! พูดอะไรว่ะ หยุด ๆ เลยมึง พอ ๆ พูดไปทั่ว ระวังนะมึงท่านจะมาหักคอมึง ปากหมาเข้า ไม่เชื่ออย่าลบหรู่ เห็นไหมในมอเรามีรถบิ๊กไบค์คว่ำตายไปกี่คันแล้ว มึงอาจเป็นรายถัดไป ก็เป็นได้ โจ้พูดแกล้งเจเจด้วยเสียงหลอน ๆ คล้ายเสียงในรายการคนอวดผี  เออ ๆ มาเลยกูไม่กลัว เจเจตอบโจ้แบบน่าตาเฉยด้วยความไม่รู้สึกรู้สาอะไร

ในขณะที่วาย ผีหนุ่มตายโหงเร่รอนไร้ญาติซึ่งเป็นบริวารรับใช้ศาลปู่ตา ผ่านมาตรวจสอบความเรียบร้อยในพื้นที่มหาวิทยาลัยเหมือนทุก ๆ คืนก็ได้ยิน จึงนำเรื่องไปบอกปู่ตา

ปู่ตากำลังกินไก่ต้มกับเหล้าดองของโปรดด้วยความเอร็ดอร่อย เมื่อได้ยินเรื่องที่วาย ผีหนุ่มตายโหงเล่าให้ฟังก็โมโหขึ้น โถ่ ไอ้เด็กใหม่ อวดดี อวดเก่งนัก เดี๋ยวมึงเจอกูแน่ ๆ

กลางดึกคืนหนึ่งเจเจเที่ยวกลางคืนที่หลังมอกับเพื่อนเสร็จก็ได้ขับรถกลับหอพักที่อยู่บริเวณหน้ามอ ในขณะที่ขับผ่านนบริเวณศาลปู่ตา ด้วยอาการมึนเมาที่ไร้สติ เจเจจึงจอดรถอยู่หน้าศาลปู่ตาแล้วใช้มือกำเบรครถให้แน่น บิดคัดเร่งความเร็วของรถให้อยู่กับที่เสียงท่อดังกังวาล ไปถึงหูของปู่ตาแล้วก็ขับรถจากไป ปู่ตาโมโหมาก ด้วยอำนาจฤทธิ์เดชทำให้ลมกระโชกพัดแรงขึ้น แรงขึ้น เสียงใบไม้ปลิวกระทบกันไปมาตามแรงลม หวังจะให้แรงลมนี้พัดเจเจในขณะที่กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ให้คว่ำไปข้างหนึ่ง เพื่อเป็นการเตือนสติ

ลมแรงที่ตามเจเจมาจนถึงหอพัก ทำให้เขาคิดได้ว่า เขาทำอะไรลงไป เขาไม่รู้สึกตัว เพราะขณะที่ทำเขามีอาการมึนเมาจนไม่ได้สติ จากชายหนุ่มที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด ๆ ก็เริ่มรู้สึกหวั่นกลัว ๆ ในใจลึก ๆ

รุ่งเช้าเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจเจทำอะไรอยู่ลูก วันนี้ช่วงบ่าย ๆ แม่กับพ่อมาทำธุระผ่านหอเจเจพอดี แม่จะแวะไปหานะครับ เจเจจะเอาอะไรไหมลูก เอาของโปรดผมมาให้เลยก็ได้ครับแม่ ได้จ๊ะลูก แล้วเจอกันนะครับเจเจคุยโทรศัพท์กับแม่เสร็จก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนและรู้สึกกลัว ๆ อยู่ไม่น้อยพอมาคิดทบทวนถึงอาถรรพ์รถบิ๊กไบค์ที่รุ่นพี่เล่าให้ฟัง และกำลังคิดหนักว่าจะทำลายอาถรรพ์นี้อย่างไรดี 

ในเวลาต่อมาก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน ปู่ตาครับ เสียงวายตะโกนเรียกปู่ตา ไอ้ที่มันขับรถคันใหญ่ ๆ ท่อดัง ๆ มากวนเมื่อคืนมันเอาของมาถวายครับ อ่อ ดีเลย มาหากูถึงที่กูจะจัดการหักคอมึงให้ดู

ท่านปู่ครับลูกมาขอขมาไม่ได้มาก่อกวนนะครับ มะคืนลูกเมาไม่รู้ตัวจริง ๆ ว่าทำอะไรลงไป ลูกไม่รู้จะเอาอะไรมาขอขมาเลยเอาของโปรดของลูกมาถวาย หวังว่าท่านปู่จะชอบนะครับเจเจกล่าวขอขมาหลังจากที่พึ่งได้สติและรู้สึกผิด

ปู่ตายืนมองเจเจเดินจากไป ไก่ KFC กับ เหล้าบรั่นดี โถ่ กินไก่ต้มกับเหล้าดองมาตั้งนาน ได้กินของดี ๆ กับเขาสักทีปู่ตาอมยิ้มด้วยความปลื้มปิติ เออไว้วันหลังมึงมากวนกูใหม่นะ



 .........................................

          จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ใครในศาล 
เรื่องสั้น เรื่อง อาถรรพ์รถบิ๊กไบค์
เขียนโดย ก๋ามเอิญ คำ 

วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560

เรื่องสั้น เรื่องที่ 2 เรื่อง เสียงรบกวน

เสียงรบกวน


         ระยะทางจากหมู่บ้านไปถึงตลาด จะต้องผ่านศาลเก่า ๆ เล็ก ๆ  ศาลหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยมีผู้คนจะกล่าวถึงหรือทำความเคารพกราบไหว้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อไม่นานมานี้มีผู้หรับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษา พวกเขากวาดซื้อพื้นที่โดยรอบหมู่บ้าน เพื่อจะสร้างเป็นมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาได้มาเรียนหนังสือในระดับชั้นปริญญากันที่นี่  
          
          เมื่อขับผ่านศาลข้างทางนี้ผู้ใหญ่บ้านสนิทจะบีบแตรทุกครั้ง พ่อ ๆ บีบแตรทำไม ศาลเล็ก ๆ เองไม่รู้จะมีปู่มีตาที่ไหนอาศัยอยู่หรือป่าวเด็กหญิงวัยแรกรุ่นกำลังแตกเนื้อสาว ซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้องของผู้ใหญ่บ้านสนิท ถามพ่อด้วยความสงสัยทุกพื้นที่มีทุกสิ่งทุกอย่างอาศัยอยู่ ถ้าไม่ใช่คนก็เป็นวิญญาณ ไม่งั้นเขาจะตั้งศาลขึ้นไว้ทำไมผู้เป็นพ่อพูดเสียงเข้มขึงให้ลูกสาวของตนรู้สึกกลัวในความขลังของศาลนี้

         “ศาลนี้เรียกศาลปู่ตา เราต้องกราบไหว้ เคารพบูชา ในขณะที่เราขับรถผ่าน ถ้าไม่สามารถยกมือขึ้นไหว้ได้ ก็ต้องส่งเสียงสัญญาณบางอย่างเคารพท่านให้ท่านทราบ เช่นเสียงนี้ไง เมื่อผู้เป็นพ่อพูดเสร็จ ก็นำนิ้วชี้ไปกดปุ่มบีบแตร สามครั้ง ซึ่งเสียงแตรรถมอเตอร์ไซค์ดังมาก จนลูกสาวต้องยกแขนซ้ายและแขนขวาขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างเอาไว้อย่างแนบแน่น นี้เป็นเสียงที่ทำความเคารพหรือเสียงรบกวนปู่ตากันแน่ ถ้ามีใครอยู่ในศาลนั้นจริง ๆ เขาคงจะตกใจน่าดู ลูกสาวบ่นพึมพำในใจ

          สวัสดี ยายหวั่น ซื้อปลานิลสองตัวครับ ผู้ใหญ่บ้านสนิทซึ่งเป็นคนอัธยาศัยดีชอบทักทายคนอื่นและที่สำคัญเป็นคนปากหวานพูดจาไพเราะ มีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่น จนถูกคนในหมู่บ้านนำชื่อไปเสนอและเลือกตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้เลย ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่” “ลูกชายของยายหวั่นเป็นยังไงบ้างได้ข่าวว่ารถมอเตอร์ไซค์ล้ม” “โอ๊ย สมน้ำหน้ามัน มันชอบขับรถแสดง แถมล้มอยู่บริเวณหน้าศาลปู่ตาพอดีเลยนะพ่อผู้ใหญ่ สงสัยมันจะลืมบีบแตร ปู่ตาคงจะแช่งให้มันรถล้ม นี่เวลาฉันขับรถผ่านฉันเองก็ไม่ค่อยบีบแตรนะ กลัว ๆ อยู่เหมือนกัน” “ผมนี่บีบแตรตลอดเลยผู้ใหญ่บ้านสนิทกล่าวดีแล้ว ๆ เดี๋ยวท่านคงจะให้โชคให้ลาภสักวัน” “ขอบคุณครับ ชอให้ลูกชายยายหวั่นหายไว ๆ ก็แล้วกัน ผมไปก่อนนะ” 

          เมื่อผู้ใหญ่บ้านสนิทพูดเสร็จก็หันมายิ้มให้ลูกสาวและบอกว่า เห็นไหมว่าลูกชายยายหวั่นเขาไม่แสดงความเคารพปู่ตา เขาเลยรถล้ม เกี่ยวกันไหมพ่อลูกสาวตั้งคำถามในใจ

          ต่อมาไม่นานผู้ใหญ่บ้านสนิทก็ถูกหวยรางวัลที่สอง เขาร้องดังลั่นด้วยความดีใจ พาพ่อไปตลาดซื้อกับข้าวมาฉลองกันลูก ผู้ใหญ่บ้านสนิทชวนลูกสาวไปตลาดเพื่อซื้อของมาฉลอง

ท่านผู้ใหญ่บ้านได้ข่าวว่าถูกหวยเหรอจ๊ะ ใช่แล้วยายหวั่น วันนี้เอาปลานิลสิบโลเลยนะครับ ได้เลย ว่าแต่ไปทำอย่างไรถึงถูกหวยละจ๊ะ มันคงบังเอิญมั้งครับ ใช่หรออาจเป็นเพราะว่าพ่อผู้ใหญ่บีบแตรทำความเคารพศาลปู่ตาตลอดหรือเปล่าท่านคงให้โชค วันหลังฉันต้องบีบแตรด้วยแล้วล่ะ ท่านจะได้ให้โชคให้ลาภฉันเหมือนกัน อย่างนี้พ่อผู้ใหญ่อย่าลืมซื้อของไปถวายที่ศาลปู่ตาละ ขอบคุณครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ

วันก่อนผู้บริหารที่เขาจะสร้างมหาวิทยาลัยใกล้หมู่บ้านเราเขามาหาพ่อบอกว่า จะขอยกศาลปู่ตาเป็นศาลประจำมหาวิทยาลัยใหม่ เพื่อเป็นที่พึ่งพาทางจิตใจของนักศึกษาและชาวบ้านของเรา” “แล้วพ่อว่ายังไงคะ พ่อบอกว่าตามใจเลยศาลนี้เป็นของทุกคนไม่ใช่ของพ่อถ้าเขาจะนำไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นพ่อก็ยินดีด้วย ต่อไปพ่อจะต้องไปประกาศบอกพี่น้องชาวบ้านของเราทุกคนว่า ใครขับรถผ่านไปมาต้องบีบแตรทำความเคารพศาลปู่ตา ท่านจะได้รับรู้และปกป้องคุ้มครองเราทุกคนที่อยู่แถวนี้ ผู้ใหญ่บ้านสนิทพูดกับลูกสาวด้วยความดีอกดีใจ

ใบไม้พัดปลิวไปมาตามกระแสและทิศทางของแรงลม ทำให้อากาศเย็นสดชื่น อ้าว ๆ ดูสิพวกมนุษย์มันพากันมาทำอะไรที่ศาลเราเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่รู้สิท่านปู่ มีแต่คนน่าตาน่ากลัว ๆ ไอ้ขามเอ็งจะกลัวทำไมวะ เอ็งเป็นผีนะเว้ย แล้วเอ็งก็น่ากลัวกว่ามนุษย์พวกนี้อีก” “โธ่ ท่านปู่ ขามออกจะหน้าตาดีเสียงของพ่อทัพผีวัยชราที่อาศัยอยู่ในศาลนี้และลูกทัพผีบริวารกล่าวถกเถียงกัน

นี่มันไอ้ผู้ใหญ่บ้านที่ชอบบีบแตรศาลเรานิ สร้างความรำคาญให้เราเหลือเกิน วันก่อนมันถูกหวยมันก็คิดว่าเราให้หวยทั้งที่เราก็อยู่เฉย ๆ แต่มันนำเหล้าขวดใหญ่มาถวายก็ถือว่าดีไป ว่าแต่ วันนี้มันจะมาทำอะไรอีกพ่อทัพผีวัยชราบ่นไปมา

สาธุ ปู่ เอ้ย ตา เอ้ย วันนี้ลูกจะมาแจ้งว่า จะมีผู้คนมาสร้างบ้านสวย ๆ ให้ใหม่ให้ท่านอยู่เย็นเป็นสุขสงบขอให้คุ้มครองชาวบ้านเราทุกคนให้อยู่เย็นเป็นสุขด้วยเทอญผู้ใหญ่บ้านสนิทขอพรศาลปู่ตาที่ตนเคารพนับถือ บ๊ะ ไอ้นี่ตกลงจะเรียกกูว่า ปู่ หรือ ตาว่ะ กูดูแก่กว่ามันขนาดนั้นเลยหรอว่ะ ไอ้ผู้ใหญ่บ้านมึงน่าจะเรียกกูว่าพี่ดีกว่า หน้าตาก็ไล่เลี่ยกันอยู่ มึงว่าไหมไอ้ขาม ขามลูกทัพผีบริวารไม่กล้าตอบได้แต่แอบขำเบา ๆ มันบอกว่า จะสร้างบ้านใหม่สวย ๆ ให้เราอยู่เย็นเป็นสุขสงบ เออ ดี ๆ

หลังจากที่สร้างบ้านใหม่ให้ศาลปู่ตา ผู้คนที่ผ่านไปมาก็บีบแตร กันตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้ปู่ตาไม่ได้หลับไม่ได้นอน สิ่งที่มนุษย์คิดว่า ต้องทำความเคารพกลับกลายเป็นเสียงที่รบกวน

 โมโหแล้วนะเว้ย ไม่ค่อยได้นอนมาหลายคืนแล้วพ่อทัพผีวัยชราประจำศาลทนไม่ไหวพอพูดเสร็จ ด้วยความโมโหอยากจะสั่งสอนและตักเตือนมนุษย์พวกนี้ ด้วยบุญบารมีที่จำศีลมาน้อยจนไม่มีคาถาเวทมนต์จะทำให้ฟ้าฝนเกิดอาบัติเพสภัยใด ๆ จึงสั่งให้ขามลูกทัพผี ซึ่งเป็นบริวารของตน มาช่วยเขย่าต้นไม้ใหญ่หน้าศาล เขย่าไปมาอย่างรุนแรง ใบไม้ปลิวไปมาตามแรงเขย่า ลำต้นเริ่มเอนเอียง รากที่ฝั่งลึกสั่นหวั่นไหวไปมาใต้พื้นดิน จนในที่สุดต้นไม้ใหญ่หน้าศาลก็พังทลายล้มลงมาขวางถนนหนทาง

 พวกมนุษย์มาขอขมาแล้วท่านปู่เสียงขามลูกทัพผีบริวารกล่าวบอกพ่อทัพผีวัยชราประจำศาล ผู้ใหญ่บ้านสนิทและชาวบ้านต่างพากันมากราบไหว้เพื่อขอขมา หลังจากที่เราขอขมาปู่ตากันทุกคนแล้วเรารู้นะว่ามีคนทำไม่ดีต่อท่าน ต่อไปนี้อย่าพากันทำอีก พ่อทัพผีรู้สึกสบายใจจากคำพูดของผู้ใหญ่บ้านสนิท ที่คิดว่า มนุษย์เข้าใจตนเอง

ฟังให้ดีนะ ในนามผู้ใหญ่บ้านขอประกาศว่า ใครที่ทำไม่ดีต่อศาลปู่ตา คือ คนที่ลืมบีบแตรทำความเคารพศาลปู่ตา ต่อไปนี้ให้บีบแตรตลอด ไม่อย่างนั้นท่านอาจจะโมโหอีก มีลูกบอกลูกมีหลานบอกหลาน บอกหมู่บ้านอื่นบอกบุคคลอื่น ๆ ให้ทราบโดยทั่วกันเลยนะ ตกลงตามนี้นะครับจากนั้นชาวบ้านก็แยกย้ายกันกลับ


                                               .........................................



จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ใครในศาล
เรื่องสั้น เรื่อง เสียงรบกวน
เขียนโดย ก๋ามเอิญ คำ 

เรื่องสั้น เรื่องที่ 1 เรื่อง เครื่องเซ่น

เครื่องเซ่น

พ่อหนุ่ม มาเอาธูปไปให้ท่านอธิการบดีหน่อย” เสียงสั่น ๆ ของชายสูงวัยคนหนึ่ง ได้เอ่ยเรียกเลขาหนุ่มของอธิการบดี มหาวิทยาลัยคนใหม่มาเอาธูปที่จุดไฟเตรียมพร้อมไว้อย่างเรียบร้อยไปให้ท่านอธิการบดี และหลังจากนั้นธูปก็ถูกแจกจ่ายกันไปคนละกำสองกำต่อ ๆ กันจนครบคนอย่างพอดิบพอดี ควันธูปลอยฟุ้งออกจากมือของทุกคน ทั้งอธิการบดี คณบดี คณาจารย์ บุคลากร ตลอดจนนักศึกษามากหน้าหลายตา เป็นโขมงครันอลวนอลหม่านราวกับพนักงานเทศบาลติดเครื่องพ่นยากำจัดยุงลายตามบ้านเรือนคน

กลีบหมากกลับพูพันยาสูบ ของหวาน ของคาว เครื่องดื่ม ผลหมากรากไม้ ตลอดจนอาหารพื้นบ้านอีสานหลายอย่างที่ถูกนำมาถวายเป็นเครื่องเซ่นไหว้ “ใครนำอะไรมาก็เอาขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะทั้งหมดเลย” ตาจ้ำกล่าว จากนั้นก็นำธูปที่จุดเตรียมไว้จำนวนสิบหกดอกไปปักลงกับของที่วางไว้บนโต๊ะเรียงกันเป็นแถวตั้งแต่โต๊ะตัวแรกจนถึงโต๊ะสุดท้ายจนธูปในกำมือหมดพอดี แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ

วันนี้อาหารเยอะแยะเลย อิ่มหนำสำราญกันแล้วละเรา อธิการบดีคนใหม่นี้ใจดีเน๊าะ เสียงปูผีสาวไร้ญาติซึ่งเป็นบริวารของปู่ตาเอ่ยขึ้นหลังจากที่พึ่งได้รับของเซ่นไหว้ โธ่ พวกเองนิไม่เบื่อบ้างหรือไง มีแต่อาหารเดิม ๆ อาหารอีสานพื้นบ้าน ข้านิเบื่อจริง ๆเสียงปู่ตาพญาหมื่นตื้อ หัวหน้าวิญญาณที่เป็นคนดูแลวิญญาณทั้งหมด ซึ่งท่านเป็นผู้คอยดูแลปกป้องคุ้มครองสิ่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ กล่าวพลางถอดหายใจด้วยความเบื่อหน่าย ท่านปู่เบื่ออาหารอีสานอยากจะกินพิซซ่าหรอค่ะปูผีสาวถามแล้วหัวเราะเบา ๆ อย่างชอบใจ

อีปูมึงพูดอะไรเสียงหวานผีสาวไร้ญาติอีกตนที่อยู่เป็นบริวารของปู่ตา ก็กูเห็นพวกมนุษย์มันพูดกันว่า อธิการบดีคนใหม่จบมาจากเมืองนอก น่าจะนำอาหารนอกมาถวายบ้าง เผื่อท่านปู่จะได้ไม่เบื่ออาหารเดิม ๆ พวกนี้ยังไงละ” “มึงก็พูดจาไปมั่ว” “กูไม่ได้มั่วผีสาวทั้งสองถกเถียงกันใหญ่ 

เอ้า ๆ หยุด ๆ อย่าเถียงกัน ไอ้พวกนี้ ว่าแต่ พิซซ่าที่เองพูดมา มันเป็นยังไงล่ะอีปูปู่ตาพูดตัดความรำคาญและถามเรื่องพิซซ่าอาหารนอกด้วยความสงสัย เพราะตนก็เบื่ออาหารอีสานเหล่านี้อยู่ไม่ใช่น้อย

ฉันเคยกินตอนสมัยยังเป็นมนุษย์ แต่ก็จำรสชาติมันไม่ได้นี้ก็ตายเป็นผีมานานแล้ว แต่ถ้าท่านปู่อยากรู้อยากลองชิม ก็ลองไปเข้าฝันอธิการบดีคนใหม่ดูสิปูผีสาวพูดแนะนำท่านปู่ เออ ดี ๆ ข้านิเบื่ออาหารพวกนี้เหลือเกิน ว่าแต่ไอ้อธิการบดีคนใหม่นิมันพักอยู่ที่ไหน ขอที่อยู่มันสิ ข้าจะไปเข้าฝันบอกมันคืนนี้เลย” “ได้เลยท่านปู่ อีปูจัดให้

ในคืนวันนั้นนั่นเองยังไม่ทันที่ฟ้าจะสว่างเวลาได้ร่วงเลยวันใหม่มาไม่กี่นาที ขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับอย่างสุขสำราญพายุห่าใหญ่ก็กระหน่ำมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ฝนตกลงมาอย่างไม่ปราณี เมฆจับกันก้อนใหญ่เสียงฟ้าผ่าไม่ขาดสายปานจะกลืนกินสรรพสิ่งทั้งหลายที่อยู่ภายใต้นภาทั้งที่ช่วงนี้อยู่ในช่วงฤดูร้อนและวันนี้ทั้งวันท้องฟ้าก็โปร่งแจ้งไม่มีทีท่าจะมีพายุ  มัจจุราชได้ลงโทษเสียแล้ว

ขณะนั้นอธิการบดีคนใหม่ได้ฝันเห็นชายสูงวัยรูปร่างกำยำผิวดำเข้มแต่งตัวทรงเครื่องกับเจ้าเมืองสมัยก่อน มือซ้ายชี้หน้าพูดว่า เองเอาอะไรมาให้ข้ากินจากนี้ไปไม่ต้องเอามาอีก จงเอาพิซซ่ามาถวาย ไม่อย่างนั้นข้าจะพังชีวิตเจ้าให้วอดวาย แล้วก็สะดุ้งตื่นคิดว่าเรื่องที่ฝันช่างน่าประหลาดต้องเกี่ยวกับปู่ตาแน่ ๆ

เช้าวันรุ่งขึ้นพิซซ่าถูกนำมาถวายสมใจปู่ตา และในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็มีเสียงและกลิ่นอันไม่พึ่งประสงค์ดังออกมาจากในห้องพักของปู่ตาทั้งวันทั้งคืน

มีมนุษย์นำพิซซ่ามาถวายอีกแล้วท่านปู่ปูผีสาวตะโกนเรียกปู่ตา อืม พวกเอ็งพากันกินเลยปูผีสาวและบริวารภูตผีตนอื่นพากันดีใจ นำพิซซ่าไปแบ่งกันกินอย่างเอร็ดอร่อย

อีหวานมานี่สิปู่ตาเรียกหวานผีสาวไปเข้าฝันตาจ้ำพร้อมบอกว่าพิซซ่าพอแล้ว ข้าอยากกินอาหารอีสานบ้านเราเหมือนเดิม เอ้า ได้ยินตาจ้ำจุดธูปบอกว่า ในวันนี้ช่วงบ่าย ๆ จะมีเศรษฐีนำพิซซ่ามาถวายแก้บนอีก เก้าสิบเก้าถาดเลยนะคะหะ อะไรนะ โอ้ย ๆ ข้าไม่เอา ทำไมละคะท่านปู่ ทันใดนั้นเสียงและกลิ่นอันไม่พึ่งประสงค์ก็ดังออกมาจากปู่ตาอย่างชัดเจน อีหวานเข้าใจแล้วละคะ ท่านปูไปเข้าห้องน้ำเถอะค่ะ


..........................................


จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ใครในศาล 
เรื่องสั้น เรื่อง เครื่องเซ่น
เขียนโดย ก๋ามเอิญ คำ 






เรื่องสั้น เรื่องที่ 12 เรื่อง บน

บน           ดวงตะวันยังไม่ทันลับขอบฟ้า ความมืดก็ถาโถมเข้ามาแล้ว “ ใครกำลังเดินเข้ามาพวกมึงดูสิ ” เสียงของท่านปู่ตา หัวหน้าวิญญาณผีทั...