“ถนนสายหลักของมหาวิทยาลัยเป็นเหมือนเส้นทางอาถรรพ์
เพราะเป็นเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง เพียงแค่ระยะทางไม่ถึงสองกิโลเมตร
จากทางหน้ามหาวิทยาลัยเข้ามาจนถึงวงเวียนสี่แยกใหญ่กลางสถาบันที่ถูกปกคลุมไปด้วยป่าไม้นานา ๆ ชนิด”
“ช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกเหลือเกิน
รู้ไหมว่า รถที่เกิดอุบัติติเหตุส่วนใหญ่จะเป็นรถมอเตอร์บิ๊กไบค์ทั้งนั้น ตั้งแต่พวกพี่เข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จำได้เลยว่า ตอนนั้นพี่อยู่ปีหนึ่ง
หลังจากทำกิจกรรมอะไรก็ไม่รู้ พี่จำไม่ได้เสร็จ ท่ามกลางบรรยายที่ฝนตกหนัก
ถนนสายนี้ก็เกิดอุบัติเหตุ มีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ รถของรุ่นพี่ชั้นปีที่ 4
ชนเข้าอย่างแรงกับรถมอเตอร์ฮอนด้าเวฟรุ่นเก่าของชาวบ้านแถวนี้ รุ่นพี่ของเราเสียชีวิตคาที่
แต่ชาวบ้านคนนั้นอาการสาหัส รถมอเตอร์ไซค์แต่ละคันหมดสภาพดูไม่ได้เลยค่ะ” แพรวรุ่นพี่สตาฟนักศึกษา กำลังเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยให้น้อง
ๆ ปีหนึ่งฟัง
“ล่าสุดก่อนที่น้อง ๆ จะเข้ามา เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมานี้เอง
ถนนสายนี้ก็เกิดอุบัติเหตุอีกนะ คนนี้อยู่ปีสามรุ่นเดียวกันกับพี่เอง
พี่ก็ไม่ค่อยสนิทกับเขาเท่าไหร่ เรียนคนละเอก เขากลับจากเที่ยวกลางคืนที่ร้านเหล้าชื่อดังหลังมอเรานี้แหละ
หอพักเขาอยู่หน้ามอเลยรีบรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์กลับหอสงสัยจะด้วยความมึนเมาด้วยละมั้ง รถเสียหลักท่าไหนไม่รู้ พุ่งชนต้นไม้ใหญ่ข้างทาง
บางทีก็จะมีบางคนได้ยินเสียงท่อดังของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์
ผ่านแล้วแล้วเงียบหายไป”แพรวพูดจบ
น้องปีหนึ่งก็นั่งเงียบมีอาการสั่นกลัวไปตาม ๆ กัน
“ที่พี่เล่าเรื่องนี้ให้น้อง ๆ ฟังเพราะ อาจารย์ในสาขาคนหนึ่งของเราฝันว่า
ปู่ตาท่านไม่พอใจที่มีนักศึกษาใหม่คนหนึ่งขับรถคันใหญ่ ๆ ท่อเสียงดัง ๆ มันรบกวนท่าน
น้องคนไหนรู้ตัวก็อย่าทำนะคะ มันสื่อให้เห็นถึงคนที่สันดานที่ไม่ดีค่ะ พี่ขอพูดตรง ๆ ไม่ใช่แค่รบกวนปู่ตา แต่ยังรบกวนคนอื่น ๆ อีกด้วย ทั้งขับรถเร็วทั้งเสียงท่อดัง
ชะลอความเร็วลงและเปลี่ยนท่อก็คงจะดีนะคะ ระวัง! อาถรรพ์ของรถบิ๊กไบค์นะคะ เพราะอุบัติเหตุไม่ได้เกิดขึ้นแค่สองคันที่คนขับเสียชีวิตคาที่ ยังมีอีก จะฟังอีกไหมค่ะ” แพรวพูดถึงสาเหตุที่ตนต้องเล่าเรื่องถนนอาอรรพ์ให้น้อง
ๆ ฟัง ว่าอาจารย์คนหนึ่งท่านฝันถึงปู่ตา และฝากมาเตือนน้อง ๆ ด้วยความหวังดี
“เอาละมันดึกแล้ว น้อง ๆ จำไว้นะว่า มหาวิทยาลัยของเรามีปู่ตาท่านคอยช่วยเหลือคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา
ใครขับผ่านไปมาก็ทำความเคารพท่านด้วย คนดีผีย่อมคุ้มครอง คำโบราณท่านสอนจำไว้ ไม่มีอะไรแล้วแยกย้ายกันกลับได้ครับ”
พีรภพประธานรุ่นพี่พูดตัดบทสอนรุ่นน้องเพราะกลัวว่า แพรวจะดราม่าใส่น้องจนเสียเวลาเปล่า
“มึงใช่ไหมไอ้เจเจ”
“เออกูเองทำไมว่ะ” โจ้พูดกับเจเจ
ถามว่าใช่เจเจหรือเปล่าที่ขับรถเสียงดังรบกวนคนอื่น เจเจตอบอย่างน่าไม่อาย เพราะในบรรดานักศึกษาปีหนึ่งมีเจเจคนเดียวที่ขับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์
“เข้าฝันอะไรว่ะไร้สาระ ผีปู่ตามันไม่มีจริงหรอก ไอ้พวกรุ่นพี่มันก็แค่สร้างเรื่องให้เรากลัว
ศาลเก่า ๆ บ้านนอก ๆ โบราณ ๆ จะมีอะไรว่ะ กูไม่กลัวหรอก”
เจเจนักศึกษาปีหนึ่งพูดอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด ๆ
“เห้ย! พูดอะไรว่ะ หยุด ๆ เลยมึง พอ ๆ พูดไปทั่ว
ระวังนะมึงท่านจะมาหักคอมึง ปากหมาเข้า ไม่เชื่ออย่าลบหรู่ เห็นไหมในมอเรามีรถบิ๊กไบค์คว่ำตายไปกี่คันแล้ว
มึงอาจเป็นรายถัดไป ก็เป็นได้” โจ้พูดแกล้งเจเจด้วยเสียงหลอน
ๆ คล้ายเสียงในรายการคนอวดผี “เออ ๆ มาเลยกูไม่กลัว” เจเจตอบโจ้แบบน่าตาเฉยด้วยความไม่รู้สึกรู้สาอะไร
ในขณะที่วาย ผีหนุ่มตายโหงเร่รอนไร้ญาติซึ่งเป็นบริวารรับใช้ศาลปู่ตา
ผ่านมาตรวจสอบความเรียบร้อยในพื้นที่มหาวิทยาลัยเหมือนทุก ๆ คืนก็ได้ยิน
จึงนำเรื่องไปบอกปู่ตา
ปู่ตากำลังกินไก่ต้มกับเหล้าดองของโปรดด้วยความเอร็ดอร่อย
เมื่อได้ยินเรื่องที่วาย ผีหนุ่มตายโหงเล่าให้ฟังก็โมโหขึ้น “โถ่ ไอ้เด็กใหม่ อวดดี อวดเก่งนัก เดี๋ยวมึงเจอกูแน่ ๆ ”
กลางดึกคืนหนึ่งเจเจเที่ยวกลางคืนที่หลังมอกับเพื่อนเสร็จก็ได้ขับรถกลับหอพักที่อยู่บริเวณหน้ามอ
ในขณะที่ขับผ่านนบริเวณศาลปู่ตา ด้วยอาการมึนเมาที่ไร้สติ เจเจจึงจอดรถอยู่หน้าศาลปู่ตาแล้วใช้มือกำเบรครถให้แน่น
บิดคัดเร่งความเร็วของรถให้อยู่กับที่เสียงท่อดังกังวาล ไปถึงหูของปู่ตาแล้วก็ขับรถจากไป
ปู่ตาโมโหมาก ด้วยอำนาจฤทธิ์เดชทำให้ลมกระโชกพัดแรงขึ้น แรงขึ้น เสียงใบไม้ปลิวกระทบกันไปมาตามแรงลม
หวังจะให้แรงลมนี้พัดเจเจในขณะที่กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ให้คว่ำไปข้างหนึ่ง
เพื่อเป็นการเตือนสติ
ลมแรงที่ตามเจเจมาจนถึงหอพัก ทำให้เขาคิดได้ว่า
เขาทำอะไรลงไป เขาไม่รู้สึกตัว เพราะขณะที่ทำเขามีอาการมึนเมาจนไม่ได้สติ จากชายหนุ่มที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ๆ ก็เริ่มรู้สึกหวั่นกลัว ๆ ในใจลึก ๆ
รุ่งเช้าเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “เจเจทำอะไรอยู่ลูก วันนี้ช่วงบ่าย ๆ แม่กับพ่อมาทำธุระผ่านหอเจเจพอดี แม่จะแวะไปหานะครับ
เจเจจะเอาอะไรไหมลูก” “เอาของโปรดผมมาให้เลยก็ได้ครับแม่” “ได้จ๊ะลูก แล้วเจอกันนะครับ” เจเจคุยโทรศัพท์กับแม่เสร็จก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนและรู้สึกกลัว ๆ
อยู่ไม่น้อยพอมาคิดทบทวนถึงอาถรรพ์รถบิ๊กไบค์ที่รุ่นพี่เล่าให้ฟัง
และกำลังคิดหนักว่าจะทำลายอาถรรพ์นี้อย่างไรดี
ในเวลาต่อมาก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน “ปู่ตาครับ” เสียงวายตะโกนเรียกปู่ตา “ไอ้ที่มันขับรถคันใหญ่ ๆ ท่อดัง ๆ มากวนเมื่อคืนมันเอาของมาถวายครับ” “อ่อ ดีเลย มาหากูถึงที่กูจะจัดการหักคอมึงให้ดู”
“ท่านปู่ครับลูกมาขอขมาไม่ได้มาก่อกวนนะครับ มะคืนลูกเมาไม่รู้ตัวจริง ๆ ว่าทำอะไรลงไป
ลูกไม่รู้จะเอาอะไรมาขอขมาเลยเอาของโปรดของลูกมาถวาย หวังว่าท่านปู่จะชอบนะครับ”
เจเจกล่าวขอขมาหลังจากที่พึ่งได้สติและรู้สึกผิด
ปู่ตายืนมองเจเจเดินจากไป “ไก่ KFC กับ เหล้าบรั่นดี โถ่ กินไก่ต้มกับเหล้าดองมาตั้งนาน
ได้กินของดี ๆ กับเขาสักที” ปู่ตาอมยิ้มด้วยความปลื้มปิติ
“เออไว้วันหลังมึงมากวนกูใหม่นะ”
จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ใครในศาล
.........................................
จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ใครในศาล
เรื่องสั้น เรื่อง อาถรรพ์รถบิ๊กไบค์
เขียนโดย ก๋ามเอิญ คำ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น