ระยะทางจากหมู่บ้านไปถึงตลาด
จะต้องผ่านศาลเก่า ๆ เล็ก ๆ ศาลหนึ่ง
ซึ่งไม่ค่อยมีผู้คนจะกล่าวถึงหรือทำความเคารพกราบไหว้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อไม่นานมานี้มีผู้หรับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษา
พวกเขากวาดซื้อพื้นที่โดยรอบหมู่บ้าน เพื่อจะสร้างเป็นมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาได้มาเรียนหนังสือในระดับชั้นปริญญากันที่นี่
เมื่อขับผ่านศาลข้างทางนี้ผู้ใหญ่บ้านสนิทจะบีบแตรทุกครั้ง “พ่อ ๆ บีบแตรทำไม ศาลเล็ก ๆ เองไม่รู้จะมีปู่มีตาที่ไหนอาศัยอยู่หรือป่าว” เด็กหญิงวัยแรกรุ่นกำลังแตกเนื้อสาว ซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้องของผู้ใหญ่บ้านสนิท ถามพ่อด้วยความสงสัย “ทุกพื้นที่มีทุกสิ่งทุกอย่างอาศัยอยู่ ถ้าไม่ใช่คนก็เป็นวิญญาณ ไม่งั้นเขาจะตั้งศาลขึ้นไว้ทำไม” ผู้เป็นพ่อพูดเสียงเข้มขึงให้ลูกสาวของตนรู้สึกกลัวในความขลังของศาลนี้
“ศาลนี้เรียกศาลปู่ตา เราต้องกราบไหว้ เคารพบูชา ในขณะที่เราขับรถผ่าน ถ้าไม่สามารถยกมือขึ้นไหว้ได้ ก็ต้องส่งเสียงสัญญาณบางอย่างเคารพท่านให้ท่านทราบ เช่นเสียงนี้ไง ” เมื่อผู้เป็นพ่อพูดเสร็จ ก็นำนิ้วชี้ไปกดปุ่มบีบแตร สามครั้ง ซึ่งเสียงแตรรถมอเตอร์ไซค์ดังมาก จนลูกสาวต้องยกแขนซ้ายและแขนขวาขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างเอาไว้อย่างแนบแน่น นี้เป็นเสียงที่ทำความเคารพหรือเสียงรบกวนปู่ตากันแน่ ถ้ามีใครอยู่ในศาลนั้นจริง ๆ เขาคงจะตกใจน่าดู ลูกสาวบ่นพึมพำในใจ
.........................................
เมื่อขับผ่านศาลข้างทางนี้ผู้ใหญ่บ้านสนิทจะบีบแตรทุกครั้ง “พ่อ ๆ บีบแตรทำไม ศาลเล็ก ๆ เองไม่รู้จะมีปู่มีตาที่ไหนอาศัยอยู่หรือป่าว” เด็กหญิงวัยแรกรุ่นกำลังแตกเนื้อสาว ซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้องของผู้ใหญ่บ้านสนิท ถามพ่อด้วยความสงสัย “ทุกพื้นที่มีทุกสิ่งทุกอย่างอาศัยอยู่ ถ้าไม่ใช่คนก็เป็นวิญญาณ ไม่งั้นเขาจะตั้งศาลขึ้นไว้ทำไม” ผู้เป็นพ่อพูดเสียงเข้มขึงให้ลูกสาวของตนรู้สึกกลัวในความขลังของศาลนี้
“ศาลนี้เรียกศาลปู่ตา เราต้องกราบไหว้ เคารพบูชา ในขณะที่เราขับรถผ่าน ถ้าไม่สามารถยกมือขึ้นไหว้ได้ ก็ต้องส่งเสียงสัญญาณบางอย่างเคารพท่านให้ท่านทราบ เช่นเสียงนี้ไง ” เมื่อผู้เป็นพ่อพูดเสร็จ ก็นำนิ้วชี้ไปกดปุ่มบีบแตร สามครั้ง ซึ่งเสียงแตรรถมอเตอร์ไซค์ดังมาก จนลูกสาวต้องยกแขนซ้ายและแขนขวาขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างเอาไว้อย่างแนบแน่น นี้เป็นเสียงที่ทำความเคารพหรือเสียงรบกวนปู่ตากันแน่ ถ้ามีใครอยู่ในศาลนั้นจริง ๆ เขาคงจะตกใจน่าดู ลูกสาวบ่นพึมพำในใจ
“สวัสดี ยายหวั่น ซื้อปลานิลสองตัวครับ” ผู้ใหญ่บ้านสนิทซึ่งเป็นคนอัธยาศัยดีชอบทักทายคนอื่นและที่สำคัญเป็นคนปากหวานพูดจาไพเราะ
มีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่น
จนถูกคนในหมู่บ้านนำชื่อไปเสนอและเลือกตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน “ได้เลย ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่” “ลูกชายของยายหวั่นเป็นยังไงบ้างได้ข่าวว่ารถมอเตอร์ไซค์ล้ม”
“โอ๊ย สมน้ำหน้ามัน มันชอบขับรถแสดง แถมล้มอยู่บริเวณหน้าศาลปู่ตาพอดีเลยนะพ่อผู้ใหญ่
สงสัยมันจะลืมบีบแตร ปู่ตาคงจะแช่งให้มันรถล้ม นี่เวลาฉันขับรถผ่านฉันเองก็ไม่ค่อยบีบแตรนะ
กลัว ๆ อยู่เหมือนกัน” “ผมนี่บีบแตรตลอดเลย” ผู้ใหญ่บ้านสนิทกล่าว “ดีแล้ว ๆ
เดี๋ยวท่านคงจะให้โชคให้ลาภสักวัน” “ขอบคุณครับ ชอให้ลูกชายยายหวั่นหายไว ๆ ก็แล้วกัน ผมไปก่อนนะ”
เมื่อผู้ใหญ่บ้านสนิทพูดเสร็จก็หันมายิ้มให้ลูกสาวและบอกว่า เห็นไหมว่าลูกชายยายหวั่นเขาไม่แสดงความเคารพปู่ตา เขาเลยรถล้ม “เกี่ยวกันไหมพ่อ” ลูกสาวตั้งคำถามในใจ
เมื่อผู้ใหญ่บ้านสนิทพูดเสร็จก็หันมายิ้มให้ลูกสาวและบอกว่า เห็นไหมว่าลูกชายยายหวั่นเขาไม่แสดงความเคารพปู่ตา เขาเลยรถล้ม “เกี่ยวกันไหมพ่อ” ลูกสาวตั้งคำถามในใจ
ต่อมาไม่นานผู้ใหญ่บ้านสนิทก็ถูกหวยรางวัลที่สอง
เขาร้องดังลั่นด้วยความดีใจ “พาพ่อไปตลาดซื้อกับข้าวมาฉลองกันลูก” ผู้ใหญ่บ้านสนิทชวนลูกสาวไปตลาดเพื่อซื้อของมาฉลอง
“ท่านผู้ใหญ่บ้านได้ข่าวว่าถูกหวยเหรอจ๊ะ” “ใช่แล้วยายหวั่น วันนี้เอาปลานิลสิบโลเลยนะครับ” “ได้เลย ว่าแต่ไปทำอย่างไรถึงถูกหวยละจ๊ะ” “มันคงบังเอิญมั้งครับ” “ใช่หรออาจเป็นเพราะว่าพ่อผู้ใหญ่บีบแตรทำความเคารพศาลปู่ตาตลอดหรือเปล่าท่านคงให้โชค
วันหลังฉันต้องบีบแตรด้วยแล้วล่ะ ท่านจะได้ให้โชคให้ลาภฉันเหมือนกัน อย่างนี้พ่อผู้ใหญ่อย่าลืมซื้อของไปถวายที่ศาลปู่ตาละ” “ขอบคุณครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ”
“วันก่อนผู้บริหารที่เขาจะสร้างมหาวิทยาลัยใกล้หมู่บ้านเราเขามาหาพ่อบอกว่า จะขอยกศาลปู่ตาเป็นศาลประจำมหาวิทยาลัยใหม่
เพื่อเป็นที่พึ่งพาทางจิตใจของนักศึกษาและชาวบ้านของเรา” “แล้วพ่อว่ายังไงคะ” “พ่อบอกว่าตามใจเลยศาลนี้เป็นของทุกคนไม่ใช่ของพ่อถ้าเขาจะนำไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นพ่อก็ยินดีด้วย
ต่อไปพ่อจะต้องไปประกาศบอกพี่น้องชาวบ้านของเราทุกคนว่า ใครขับรถผ่านไปมาต้องบีบแตรทำความเคารพศาลปู่ตา
ท่านจะได้รับรู้และปกป้องคุ้มครองเราทุกคนที่อยู่แถวนี้” ผู้ใหญ่บ้านสนิทพูดกับลูกสาวด้วยความดีอกดีใจ
ใบไม้พัดปลิวไปมาตามกระแสและทิศทางของแรงลม
ทำให้อากาศเย็นสดชื่น “อ้าว ๆ ดูสิพวกมนุษย์มันพากันมาทำอะไรที่ศาลเราเยอะแยะเต็มไปหมด” “ไม่รู้สิท่านปู่ มีแต่คนน่าตาน่ากลัว ๆ” “ไอ้ขามเอ็งจะกลัวทำไมวะ เอ็งเป็นผีนะเว้ย
แล้วเอ็งก็น่ากลัวกว่ามนุษย์พวกนี้อีก” “โธ่ ท่านปู่
ขามออกจะหน้าตาดี” เสียงของพ่อทัพผีวัยชราที่อาศัยอยู่ในศาลนี้และลูกทัพผีบริวารกล่าวถกเถียงกัน
“นี่มันไอ้ผู้ใหญ่บ้านที่ชอบบีบแตรศาลเรานิ สร้างความรำคาญให้เราเหลือเกิน
วันก่อนมันถูกหวยมันก็คิดว่าเราให้หวยทั้งที่เราก็อยู่เฉย ๆ แต่มันนำเหล้าขวดใหญ่มาถวายก็ถือว่าดีไป
ว่าแต่ วันนี้มันจะมาทำอะไรอีก” พ่อทัพผีวัยชราบ่นไปมา
“สาธุ ปู่ เอ้ย ตา เอ้ย วันนี้ลูกจะมาแจ้งว่า จะมีผู้คนมาสร้างบ้านสวย ๆ ให้ใหม่ให้ท่านอยู่เย็นเป็นสุขสงบขอให้คุ้มครองชาวบ้านเราทุกคนให้อยู่เย็นเป็นสุขด้วยเทอญ”
ผู้ใหญ่บ้านสนิทขอพรศาลปู่ตาที่ตนเคารพนับถือ “บ๊ะ ไอ้นี่ตกลงจะเรียกกูว่า ปู่ หรือ ตาว่ะ กูดูแก่กว่ามันขนาดนั้นเลยหรอว่ะ
ไอ้ผู้ใหญ่บ้านมึงน่าจะเรียกกูว่าพี่ดีกว่า หน้าตาก็ไล่เลี่ยกันอยู่
มึงว่าไหมไอ้ขาม” ขามลูกทัพผีบริวารไม่กล้าตอบได้แต่แอบขำเบา ๆ “มันบอกว่า จะสร้างบ้านใหม่สวย ๆ ให้เราอยู่เย็นเป็นสุขสงบ เออ ดี ๆ”
หลังจากที่สร้างบ้านใหม่ให้ศาลปู่ตา
ผู้คนที่ผ่านไปมาก็บีบแตร กันตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้ปู่ตาไม่ได้หลับไม่ได้นอน
สิ่งที่มนุษย์คิดว่า ต้องทำความเคารพกลับกลายเป็นเสียงที่รบกวน
“โมโหแล้วนะเว้ย ไม่ค่อยได้นอนมาหลายคืนแล้ว”
พ่อทัพผีวัยชราประจำศาลทนไม่ไหวพอพูดเสร็จ ด้วยความโมโหอยากจะสั่งสอนและตักเตือนมนุษย์พวกนี้
ด้วยบุญบารมีที่จำศีลมาน้อยจนไม่มีคาถาเวทมนต์จะทำให้ฟ้าฝนเกิดอาบัติเพสภัยใด ๆ
จึงสั่งให้ขามลูกทัพผี ซึ่งเป็นบริวารของตน มาช่วยเขย่าต้นไม้ใหญ่หน้าศาล เขย่าไปมาอย่างรุนแรง
ใบไม้ปลิวไปมาตามแรงเขย่า ลำต้นเริ่มเอนเอียง รากที่ฝั่งลึกสั่นหวั่นไหวไปมาใต้พื้นดิน
จนในที่สุดต้นไม้ใหญ่หน้าศาลก็พังทลายล้มลงมาขวางถนนหนทาง
“พวกมนุษย์มาขอขมาแล้วท่านปู่”
เสียงขามลูกทัพผีบริวารกล่าวบอกพ่อทัพผีวัยชราประจำศาล ผู้ใหญ่บ้านสนิทและชาวบ้านต่างพากันมากราบไหว้เพื่อขอขมา
“หลังจากที่เราขอขมาปู่ตากันทุกคนแล้วเรารู้นะว่ามีคนทำไม่ดีต่อท่าน
ต่อไปนี้อย่าพากันทำอีก” พ่อทัพผีรู้สึกสบายใจจากคำพูดของผู้ใหญ่บ้านสนิท
ที่คิดว่า มนุษย์เข้าใจตนเอง
“ฟังให้ดีนะ ในนามผู้ใหญ่บ้านขอประกาศว่า ใครที่ทำไม่ดีต่อศาลปู่ตา คือ คนที่ลืมบีบแตรทำความเคารพศาลปู่ตา
ต่อไปนี้ให้บีบแตรตลอด ไม่อย่างนั้นท่านอาจจะโมโหอีก มีลูกบอกลูกมีหลานบอกหลาน
บอกหมู่บ้านอื่นบอกบุคคลอื่น ๆ ให้ทราบโดยทั่วกันเลยนะ ตกลงตามนี้นะครับ” จากนั้นชาวบ้านก็แยกย้ายกันกลับ
จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ใครในศาล
เรื่องสั้น เรื่อง เสียงรบกวน
เขียนโดย ก๋ามเอิญ คำ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น